BLOG

บทความ

อัปเดตความรู้และข่าวสารด้านภาษี บัญชี
e-Tax และเทคโนโลยีสำหรับธุรกิจ

อัปเดตความรู้และข่าวสารด้านภาษี บัญชี e-Tax และเทคโนโลยีสำหรับธุรกิจ

ในยุคดิจิทัลที่ความเร็วและความแม่นยำคือหัวใจสำคัญของความสำเร็จในธุรกิจ การจัดการเอกสารภาษีในรูปแบบกระดาษแบบเดิม ๆ ไม่เพียงแต่ทำให้กระบวนการทำงานล่าช้า แต่ยังสร้างต้นทุนแฝงให้กับองค์กรอย่างมหาศาล การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Tax Invoice & e-Receipt จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะเข้ามาพลิกโฉมงานบัญชีและภาษีให้เป็นเรื่องง่าย ปลอดภัย และถูกต้อง 100%
หากองค์กรของคุณกำลังมองหาแนวทางยกระดับการทำงาน นี่คือ 7 ประโยชน์ของระบบ E-Tax ที่จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ธุรกิจของคุณอย่างเห็นได้ชัด

 

1. ลดต้นทุนแฝงขององค์กรอย่างมหาศาล (Massive Cost Reduction)

การใช้ระบบ e-Tax ช่วยให้องค์กรประหยัดค่าใช้จ่ายหลักในการจัดการเอกสารลงได้อย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นค่ากระดาษ ค่าหมึกพิมพ์ ซองจดหมาย และค่าจัดส่งไปรษณีย์ไปยังคู่ค้าหรือลูกค้า นอกจากนี้ยังช่วยลดต้นทุนพื้นที่และอุปกรณ์ในการจัดเก็บรักษาแฟ้มเอกสารกระดาษที่ตามกฎหมายกำหนดให้ต้องเก็บไว้นาน 5-7 ปี โดยเปลี่ยนมาจัดเก็บในรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่มีประสิทธิภาพแทน

2. เพิ่มความเร็วและลดข้อผิดพลาดในการทำงาน (Speed & Accuracy)

การออกเอกสารภาษีแบบกระดาษมักต้องอาศัยการพิมพ์ข้อมูลด้วยมือ (Data Entry) ซึ่งเสี่ยงต่อความผิดพลาดและใช้เวลานาน ระบบ e-Tax จะเข้ามาลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อนเหล่านี้ลง ทำให้สามารถจัดทำใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างรวดเร็ว และส่งผ่านช่องทางออนไลน์ให้ลูกค้าได้ทันที ช่วยเพิ่มความคล่องตัวและลดภาระงานของทีมบัญชีได้อย่างมาก

3. เชื่อมต่อข้อมูลอย่างไร้รอยต่อกับระบบเดิม (Seamless ERP Integration)

ระบบ e-Tax ที่ดีจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบต้นทางเดิมของธุรกิจได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นระบบ ERP ทุกค่าย, ระบบบัญชี, POS หรือระบบ E-commerce โดยรองรับรูปแบบการเชื่อมต่อที่ยืดหยุ่นทั้งแบบ API (Real-time) หรือ Batch ทำให้ข้อมูลทางบัญชีและภาษีถูกส่งต่อเพื่อจัดทำเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ได้โดยอัตโนมัติ ช่วยลดเวลาทำงานและเพิ่มความถูกต้องของข้อมูลโดยไม่ต้องเปลี่ยนระบบการทำงานเดิมขององค์กร

4. ค้นหาง่าย ปลอดภัย และตรวจสอบย้อนหลังได้ทันที (Easy Audit Trail)

เมื่อเอกสารถูกจัดทำและจัดเก็บในรูปแบบไฟล์ดิจิทัลมาตรฐาน เช่น XML หรือ PDF/PDF-A บนระบบ Cloud จะทำให้การจัดระเบียบข้อมูลเป็นระบบอย่างยิ่ง ทีมงานสามารถสืบค้น ค้นหา หรือตรวจสอบเอกสารภาษีย้อนหลังได้ในไม่กี่คลิกผ่านหน้า Dashboard ช่วยประหยัดเวลาและเพิ่มความพร้อมสูงสุดเมื่อต้องมีการตรวจสอบบัญชีหรือส่งรายงานให้หน่วยงานภายนอก

5. ความถูกต้องตามกฎหมายสรรพากร 100% (Legal Compliance)

การทำ e-Tax Invoice (ตามมาตรา 86/4) และ e-Receipt (ตามมาตรา 105 ทวิ) จะมีการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Digital Signature) หรือใช้กลไกที่เชื่อถือได้ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งทำให้เอกสารดิจิทัลเหล่านี้มีผลใช้บังคับตามกฎหมายและสามารถใช้แทนเอกสารกระดาษได้อย่างสมบูรณ์ ช่วยลดความเสี่ยงจากการทำเอกสารชำรุด สูญหาย หรือการทำเอกสารไม่ถูกต้องตามข้อกำหนดล่าสุดของกรมสรรพากร

6. มีความยืดหยุ่นสูง รองรับการเติบโตของธุรกิจ (Scalability & Customization)

ระบบ e-Tax สามารถออกแบบให้เหมาะสมกับโครงสร้างและขนาดของแต่ละองค์กรได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือ SME ที่ต้องการความคล่องตัวก็สามารถใช้งานระบบผ่านเว็บเบราว์เซอร์หรืออัปโหลดไฟล์ Excel ได้ทันที หรือหากเป็นองค์กรระดับ Enterprise ที่มีโครงสร้างซับซ้อน (Multi-company / Multi-branch) ก็สามารถเลือกแบบที่รองรับการจัดการ Workflow เฉพาะตัว รวมถึงรองรับการประมวลผลธุรกรรมปริมาณสูง (High Transaction) ในช่วงเวลา Peak ได้อย่างราบรื่น

7. ยกระดับความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือระดับสากล (Advanced Security)

การเปลี่ยนมาใช้เอกสารดิจิทัลช่วยให้องค์กรสามารถควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล (Role-Based Access Control) ของพนักงานได้อย่างละเอียด ป้องกันข้อมูลรั่วไหลได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากเลือกใช้โซลูชันที่ได้มาตรฐานอย่าง EBTS ที่พัฒนาโดย บริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด ซึ่งได้รับการรับรองจาก ETDA ในฐานะ Service Provider Certified ทั้งระดับ Basic & Advanced Level จะมั่นใจได้ในมาตรฐานความปลอดภัย เช่น การทำ Encryption, การเก็บ Audit Log, การจัดการ Private Key ด้วยอุปกรณ์ HSM และความสอดคล้องตามกฎหมาย PDPA รวมถึงมาตรฐาน ISO 27001

 

💡 เริ่มต้นก้าวแรกสู่ระบบ e-Tax เลือกอย่างไรให้ตอบโจทย์?

หากองค์กรของคุณพร้อมที่จะลดต้นทุนและยกระดับประสิทธิภาพการทำงานแล้ว “โซลูชัน EBTS” ที่พัฒนาโดย จันวาณิชย์ พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ที่ช่วยเปลี่ยนงานภาษีที่ยุ่งยากให้กลายเป็นระบบที่ทำงานแทนคุณได้อย่างมั่นใจ โดยมีรูปแบบบริการรองรับโครงสร้างธุรกิจ 2 รูปแบบหลัก ได้แก่:

  • Standard Service: เหมาะสำหรับ SME หรือธุรกิจทั่วไป เริ่มใช้งานได้ทันทีผ่านเว็บเบราว์เซอร์หรือนำเข้าไฟล์ Excel โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งระบบหรือเชื่อมต่อ ERP เพื่อช่วยควบคุมต้นทุนและเริ่มต้นได้อย่างรวดเร็ว
  • Customize Service: เหมาะสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการเชื่อมต่ออัตโนมัติกับระบบภายในหรือ ERP เดิม ปรับแต่งเทมเพลตเฉพาะ ออกแบบ Workflow และต้องการมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูง พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญดูแลระบบ (SLA 24×7)

 

การเปลี่ยนสู่ระบบ e-Tax ไม่ใช่เพียงแค่การทำเพื่อรองรับระเบียบของภาครัฐเท่านั้น แต่คือกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้องค์กรของคุณลีน (Lean) กระบวนการทำงาน ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล

ในยุคที่องค์กรยุคใหม่กำลังเปลี่ยนผ่านกระบวนการทำงานสู่ระบบดิจิทัล การเปลี่ยนระบบเอกสารภาษีจากกระดาษมาเป็น e-Tax Invoice & e-Receipt ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจได้อย่างมหาศาล แต่เนื่องจากระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับกฎหมาย ความถูกต้องของข้อมูล และความปลอดภัยทางไซเบอร์ การเลือก “ผู้ให้บริการระบบ e-Tax” หรือ Service Provider จึงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน

หากองค์กรของคุณกำลังมองหาผู้ให้บริการที่ใช่ นี่คือ เช็กลิสต์ 8 ข้อสำคัญ ที่คุณต้องตรวจสอบก่อนตัดสินใจเลือก เพื่อให้มั่นใจได้ว่าระบบจะทำงานได้อย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุด

 

📋 เช็กลิสต์ 8 ข้อก่อนเลือกผู้ให้บริการ E-Tax

 

1. ได้รับการรับรองมาตรฐานอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานภาครัฐ

ข้อที่สำคัญที่สุดคือ ผู้ให้บริการรายนั้นต้องได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจาก “ETDA” (สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์) และ “กรมสรรพากร” เพราะเป็น ผู้ให้บริการที่ได้การรับรองทั้งระดับ Basic & Advanced Level ซึ่งเป็นหลักประกันว่าระบบมีการจัดทำ นำส่ง และลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Digital Signature) ที่ถูกต้องตามกฎหมาย 100% เอกสารทุกฉบับจึงจะมีผลบังคับใช้ได้อย่างสมบูรณ์

2. ความสามารถในการเชื่อมต่อระบบเดิมขององค์กร (Seamless Integration)

สำหรับองค์กรที่มีระบบภายในอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นระบบ ERP (เช่น SAP, Oracle, Microsoft Dynamics), ระบบบัญชี, ระบบ POS หน้าร้าน หรือแพลตฟอร์ม E-commerce ผู้ให้บริการที่ดีต้องมีระบบที่ยืดหยุ่น สามารถเชื่อมต่อกับระบบเดิมของคุณได้ทันทีโดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานเดิม รองรับการเชื่อมต่อทั้งแบบ API (Real-time) สำหรับข้อมูลที่ต้องการความเร็ว หรือแบบ Batch สำหรับการส่งข้อมูลเป็นรอบเวลา

3. รองรับการปรับแต่ง Data Mapping และ Logic เฉพาะตัวของธุรกิจ

เนื่องจากแต่ละธุรกิจมีเงื่อนไขและรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกัน เช่น สูตรการคำนวณภาษีเฉพาะทาง เงื่อนไขการปัดเศษ หรือรูปแบบการแปลงข้อมูล (Data Conversion) ผู้ให้บริการจึงต้องมีความเชี่ยวชาญในการออกแบบ Field Mapping เพื่อให้ระบบ e-Tax สามารถเข้าใจและอ่านข้อมูลจากระบบต้นทางขององค์กรได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ และไม่มีข้อผิดพลาด

4. ประสิทธิภาพและความเสถียรในการรองรับข้อมูลปริมาณมาก (High Performance)

ในช่วงสิ้นเดือนหรือช่วงเทศกาลขายดี ธุรกิจอาจมีการออกเอกสารภาษีพร้อมๆ กันเป็นจำนวนมาก ระบบ e-Tax จึงต้องมีความเสถียรและสามารถรองรับ Transaction ปริมาณสูงในช่วง Peak ได้อย่างราบรื่น มีกลไกการจัดการคิว (Queue Processing) หรือการ Scaling ระบบที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันระบบล่มหรือทำงานล่าช้า

5. รองรับโครงสร้างองค์กรที่ซับซ้อน (Multi-Company & Branch Support)

หากองค์กรของคุณเป็นกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่มีหลายแบรนด์, หลายกลุ่มธุรกิจ (BU), หลายนิตินุคคล หรือมีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศ ระบบ e-Tax ต้องสามารถบริหารจัดการข้อมูลแบบแยกส่วนภายใต้ระบบเดียวกันได้ รวมถึงต้องสามารถควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลตามบทบาทหน้าที่ของพนักงาน (Role-Based Access Control) และรองรับระบบยืนยันตัวตนขององค์กร เช่น SSO, LDAP หรือ Active Directory ได้ด้วย

6. มาตรฐานความปลอดภัยและการปกป้องข้อมูลขั้นสูง (Advanced Security)

ข้อมูลภาษีและข้อมูลลูกค้าถือเป็นความลับสูงสุดขององค์กร ผู้ให้บริการต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่รัดกุม เช่น การเข้ารหัสข้อมูล (Encryption), การเก็บ Log การเข้าใช้งาน (Audit Log), ความสอดคล้องตามกฎหมาย PDPA และมาตรฐานความปลอดภัยสากลอย่าง ISO 27001 รวมถึงข้อกำหนดระดับสูงอย่างการจัดการ Private Key ด้วยอุปกรณ์ HSM (Hardware Security Module)

7. รูปแบบการติดตั้งที่ยืดหยุ่นและการย้ายข้อมูลเก่า (Deployment & Data Migration)

องค์กรควรมีสิทธิ์เลือกรูปแบบการติดตั้งระบบที่เหมาะกับนโยบายไอทีของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบ Cloud (SaaS / Private Cloud) หรือแบบ On-premise ที่ติดตั้งภายในองค์กร นอกจากนี้ ผู้ให้บริการควรมอบแนวทางและบริการย้ายข้อมูลเอกสารย้อนหลัง (Data Migration) เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านจากระบบเก่าสู่ระบบใหม่เป็นไปอย่างราบรื่น

8. ข้อตกลงระดับบริการและการสนับสนุนตลอด 24 ชั่วโมง (SLA & Support)

เมื่อระบบภาษีมีปัญหา อาจส่งผลกระทบต่อการค้าและการออกของให้ลูกค้าทันที ดังนั้น บริการหลังการขายจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ควรเลือกผู้ให้บริการที่มีการันตี SLA (Service Level Agreement) ที่ชัดเจน เช่น อัตรา Uptime ของระบบ ระยะเวลาในการตอบสนองเมื่อเกิดปัญหา และมีทีมวิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลซัพพอร์ต

 

💡 แนะนำโซลูชันที่ตอบโจทย์ทุกข้อเช็กลิสต์: EBTS จาก จันวาณิชย์

หากองค์กรของคุณกำลังมองหาผู้ให้บริการระบบ e-Tax ที่ผ่านครบทุกข้อเช็กลิสต์ข้างต้น โซลูชัน EBTS พัฒนาโดย บริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด คือหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่น่าสนใจ ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยระดับประเทศ พร้อมการรับรองจาก ETDA ทั้งระดับ Basic & Advanced Level

โดย EBTS มีแพ็กเกจบริการที่ออกแบบมาเพื่อรองรับธุรกิจทุกขนาด:

  • Standard Service: เหมาะสำหรับธุรกิจ SME หรือร้านค้าทั่วไป เริ่มใช้งานได้ทันทีผ่านเว็บเบราว์เซอร์หรืออัปโหลดไฟล์ Excel/CSV ช่วยให้เริ่มต้นได้อย่างรวดเร็วและควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • Customize Service: เหมาะสำหรับองค์กรขนาดใหญ่หรือระดับ Enterprise ที่ต้องการการเชื่อมต่อระบบ ERP เต็มรูปแบบ รองรับโครงสร้าง multi-company มีระบบความปลอดภัยขั้นสูง (HSM, ISO 27001) และทีมงานดูแลระบบระดับมืออาชีพคอยซัพพอร์ตอย่างใกล้ชิด

 

การเลือกผู้ให้บริการ e-Tax ที่เหมาะสมและได้มาตรฐาน ไม่เพียงแต่ช่วยให้องค์กรของคุณทำตามกฎหมายได้อย่างถูกต้องเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานทางเทคโนโลยีที่มั่นคง ปลอดภัย ให้กับองค์กรของคุณที่พร้อมเติบโตไปข้างหน้าในยุคดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน

ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจสูงขึ้นเรื่อย ๆ การบริหารต้นทุนอย่างชาญฉลาดคือสิ่งที่จะทำให้ร้านค้าและองค์กรของคุณอยู่รอดและเติบโตได้อย่างมั่นคง ปัจจุบันกระบวนการทำบัญชีและภาษีได้ก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งหลายคนอาจยังไม่ทราบว่า การเปลี่ยนจากระบบเอกสารกระดาษมาใช้ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt (ใบกำกับภาษีและใบรับอิเล็กทรอนิกส์) นั้น ไม่ได้เพียงแค่ช่วยลดความยุ่งยากในออฟฟิศเท่านั้น แต่ยังมี มาตรการสนับสนุนจากรัฐบาลและกรมสรรพากร ที่ช่วยให้ธุรกิจเซฟเงินและลดหย่อนภาษีได้อย่างมหาศาล!

บทความนี้จะพาไปเจาะลึกกันว่า มาตรการรัฐช่วยลดภาษีเมื่อเปลี่ยนมาใช้ e-Tax มีอะไรบ้าง และทำไมตอนนี้ถึงเป็นโอกาสทองที่สุดในการปรับตัว

 

💰 เจาะลึกสิทธิประโยชน์: ลดหย่อนภาษีได้ถึง 2 เท่า

 

เพื่อเป็นการส่งเสริมและกระตุ้นให้ผู้ประกอบการไทย ทั้งบริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระบบภาษีดิจิทัลอย่างรวดเร็ว กรมสรรพากรจึงได้ออกเอกสิทธิ์และสิทธิประโยชน์ทางภาษีสุดคุ้ม โดยเปิดโอกาสให้ธุรกิจสามารถนำค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการลงทุนและการใช้บริการระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt มาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ถึง 2 เท่า โดยมาตรการเดิมครอบคลุมค่าใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 ถึง 31 ธันวาคม 2568 และเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบหลักการขยายระยะเวลามาตรการดังกล่าวออกไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 เพื่อสนับสนุนให้ภาคธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ระบบภาษีดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การใช้สิทธิในช่วงที่ขยายเวลาต้องเป็นไปตามกฎหมาย หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่ประกาศใช้ โดยค่าใช้จ่ายที่สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่า ประกอบไปด้วย:

  1.  ค่าลงทุนในระบบและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์: ไม่ว่าจะเป็นการซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Software) ระบบจัดเก็บข้อมูล หรืออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ (Hardware) ที่นำมาใช้เพื่อรองรับการจัดทำ ส่งมอบ และเก็บรักษาเอกสาร e-Tax
  2. ค่าบริการระบบ e-Tax (Service Provider Fees): ค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าบริการรายเดือนหรือรายปีที่จ่ายให้แก่ผู้ให้บริการระบบ e-Tax ที่ได้รับแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ
  3. ค่าใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Certificate): ค่าธรรมเนียมในการจัดทำหรือซื้อใบรับรองดิจิทัลเพื่อใช้ในการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Digital Signature) ให้ถูกต้องตามกฎหมาย

การได้รับสิทธิหักรายจ่ายได้ 2 เท่านี้ เท่ากับว่าทุก ๆ บาทที่คุณลงทุนเพื่อพัฒนาองค์กรให้ทันสมัย รัฐบาลจะเข้ามาช่วยแชร์ต้นทุนผ่านการลดภาษีปลายปี ทำให้ธุรกิจประหยัดเงินได้จริงอย่างเห็นได้ชัด

 

📉 ลดต้นทุนแฝงในร้านค้าได้อีกหลายต่อ

นอกเหนือจากตัวเลขภาษีที่ลดลงแล้ว ระบบ e-Tax ยังช่วยเซฟเงินในกระเป๋าของร้านค้าผ่านการลดต้นทุนการดำเนินงาน (Operational Costs) ในทุก ๆ วันอีกด้วย:

  • เซฟค่ากระดาษและหมึกพิมพ์: เปลี่ยนเอกสารทุกฉบับให้อยู่ในรูปไฟล์ดิจิทัล (เช่น XML หรือ PDF)
  • เซฟค่าจัดส่งไปรษณีย์: ไม่ต้องเสียค่าซอง ค่าแสตมป์ หรือค่าแมสเซนเจอร์ เพราะสามารถส่งตรงเข้าอีเมลหรือระบบของลูกค้าได้ทันที
  • เซฟค่าพื้นที่จัดเก็บ: กฎหมายสรรพากรกำหนดให้ต้องเก็บเอกสารภาษีไว้นาน 5-7 ปี จากเดิมที่ต้องเช่าโกดังหรือซื้อตู้เหล็กมาเก็บลังกระดาษ ก็เปลี่ยนมาเก็บรักษาบนระบบ Cloud ที่ปลอดภัย ค้นหาง่ายในคลิกเดียว

 

🛠️ เริ่มต้นอย่างไรให้ถูกต้อง ปลอดภัย และเคลมภาษีได้ชัวร์?

การที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างถูกต้องและเอกสารมีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย 100% องค์กรจำเป็นต้องเลือกใช้ระบบที่ได้มาตรฐาน โซลูชัน EBTS พัฒนาโดย บริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการระบบ (Service Provider) ที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจาก ETDA ทั้งในระดับ Basic & Advanced Level ซึ่งมีแพ็กเกจบริการที่ออกแบบมาเพื่อเซฟเงินและตอบโจทย์ร้านค้าทุกขนาด:

  • Standard Service (สำหรับ SME และร้านค้าทั่วไป): เน้นความคุ้มค่าและรวดเร็ว เริ่มต้นใช้งานได้ทันทีภายใน 7 วันทำการผ่านเว็บเบราว์เซอร์ สามารถคีย์ข้อมูลหรืออัปโหลดไฟล์จาก Excel / CSV ได้อย่างง่ายดาย เหมาะสำหรับร้านค้าออนไลน์ ร้านอาหาร หรือธุรกิจทั่วไปที่ต้องการระบบที่ลงทุนต่ำแต่ได้ประสิทธิภาพสูงและเคลมภาษีได้ทันที
  • Customize Service (สำหรับองค์กรขนาดใหญ่และ Enterprise): ออกแบบมาเพื่อรองรับโครงสร้างธุรกิจที่ซับซ้อน เช่น มีหลายสาขา หลายบริษัทในเครือ (multi-company) สามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบ ERP เดิมขององค์กร (เช่น SAP, Oracle) หรือระบบ POS หน้าหน้าร้านได้อย่างไร้รอยต่อผ่าน API (Real-time) หรือ Batch รองรับปริมาณ Transaction จำนวนมหาศาล มีระบบความปลอดภัยขั้นสูงด้วยอุปกรณ์ HSM, มาตรฐาน ISO 27001, Compliance ตามกฎหมาย PDPA และการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญตลอด 24 ชั่วโมง (SLA 24×7)

     

📝 สรุป

การดำเนินธุรกิจ ที่ได้รับมาตรการลดหย่อนภาษี 2 เท่าจากกรมสรรพากร ควบคู่ไปกับการลดต้นทุนค่ากระดาษและค่าขนส่ง คือคำตอบที่ชัดเจนว่าการเปลี่ยนมาใช้ e-Tax “ไม่ใช่ภาระ” แต่คือ “โอกาสในการเซฟเงิน” และ “เพิ่มกำไร” ให้ร้านค้าของคุณอย่างแท้จริง หากคุณพร้อมที่จะเปลี่ยนงานภาษีที่ยุ่งยากให้กลายเป็นเรื่องง่าย ปลอดภัย และถูกต้อง 100% การเลือกพาร์ทเนอร์ที่เชี่ยวชาญอย่าง EBTS จากจันวาณิชย์ จะช่วยให้ก้าวแรกสู่ดิจิทัลขององค์กรคุณมั่นคงและคุ้มค่าที่สุด